อย่างที่บอกว่าปัจจัยในการเดินทางครั้งนี้มันมีปัจจัยสองอย่างก็คือความเบื่อกับพี่ชายสุดที่รักกลับมาจากอังกฤษ และพี่ไบร์ทก็คือพี่ชายคนนั้นนั่นเอง
พี่ไบร์ท เป็นรุ่นพีี่คณะที่สนิทและรู้จักสันดานของฉันดีที่สุด ตลอดเวลาที่เรารู้จักกันมากว่าสามปีทำให้ฉันสรุปลักษณะของผู้ชายคนนี้ได้ว่า ถ้าไม่นับรูปร่างที่เตี้ย ตัวเล็ก หน้าจืด ตาเป็นขีดตามสไตล์ลูกหลานคนจีนทั่วไปแต่ผิวคล้ำเสียจนเหมือนไม่มีเชื้อจีน และสไตล์การแต่งตัวที่บ่งบอกได้ถึงความเนิร์ดแล้ว จัดได้ว่าเป็นผู้ชายที่เข้าใกล้กับคำว่าเพอร์เฟ็คมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะเป็นคนมองโลกในแง่ดี นิสัยดี ใจเย็น สุขุมรอบคอบ อบอุ่น และฉลาดเกินมนุษย์ แต่ก็เท่านั้นล่ะเพราะความดีงามทั้งหมดในตัวเค้าถูกวาจากวนประสาท ความเป็นคุณชายสายเสมอ และข้อด้อยข้างต้นกลบไปจนมิด สำหรับฉันเขาจึงเป็นเหมือนผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้นเอง
หลังจากที่หัวใจบอกฉันให้ออกเดินทาง พี่ไบร์ทเป็นคนแรกที่ชั้นคิดถึง แม้ว่าเราทั้งสองคนจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยซักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การแต่งตัว นิสัย แนวคิด ความฉลาด นอกจากจบตรีมาจากที่เดียวกัน แต่ก็เพราะความต่างนี่ล่ะที่ทำให้การเดินทางหรือการที่ฉันทำอะไรหลายครั้งๆสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเพราะมีคนคอยเบรคไม่ให้ทำอะไรที่ดูสุดขั้วหรือบ้าดีเดือดตามสันดานของฉันมากนัก การเดินทางครั้งนี้ก็เช่นกันฉันอยากได้คนที่คอยเบรกฉันไม่ให้เถลไถลเผลอไผลไปกับทะเลจนเป็นอันเกเรไม่กลับมาทำงาน ดังนั้นเค้าจึงเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นบัดดี้ร่วมเดินทางไปตลอดทริปนี้
พอตัดสินใจได้ฉันก็คว้ามือถือกดเบอร์โทรหาพี่ไบร์ทอย่างรวดเร็วเพื่อชักชวน(แกมบังคับ) ให้ไปด้วย
“พี่ไบร์ท ไปเที่ยวกันเถอะ ที่ไหนก็ได้ไกลๆ นั่งชิวได้ทั้งวัน”
ทำเอาปลายเสียงอีกฝ่ายถามด้วยความสงสัย “อะไรนะ เอาใหม่ซิ”
“ไปเที่ยวกัน ทะลซักที่อ่ะ คิดไม่ออกแต่อยากไปเที่ยว” ชั้นทวนคำอย่างรวดเร็ว
หลังจากเงียบไปร่วมสามนาที (จับเวลาอยู่เพราะกลัวเกินโปรโมชั่น) ก็ได้ยินเสียงลอดมาจากโทรศัพท์ว่า
“เอาดิ หัวหินเป็นไง วันเสาร์ซักเสาร์นึง ไปเช้า-เย็นกลับ” คุณชายตัวแสบเผด็จการคิดให้เสร็จสรรพ
และชั้นก็เคาะซื้อความคิดดังกล่าวอย่างว่าง่าย ก่อนจะวางสายไปโดยลืมนัดแนะวันเวลาเดินทาง
หลังจากนั้นอีกหลายสัปดาห์ การเจรจาหาวันหยุดไปเที่ยวก็จบลงด้วยดี สมประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย เมื่อทุกอย่างพร้อมก็ได้เวลาออกเดินทางแล้วล่ะ
ทักทายกันหน่อย
หลังจากจดๆ จ้องๆ อยากจะทำบล๊อคของตัวเองมาพักใหญ่ ในที่สุดเราก็ตัดสินใจเปิดบล๊อคของตัวเองอย่างจริงๆจังๆ อย่างชาวบ้านชาวเมืองคนอื่นเขาสักที สำหรับบล๊อคนี้จุดประสงค์หลักๆคือเป็นการแชร์ความคิดหรือประสบการณ์หลายๆอย่างที่เราไปพบมาเล่าสู่กันฟัง เนื้อหาก็จะมีหนักบ้าง เบาบ้างสลับกันไปแล้วแต่สถานการณ์และจังหวะชีวิตในช่วงนั้นๆ
สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกคนนะที่่ (หลง) เข้ามาอ่านเข้ามาแชร์ความคิดในบล๊อคแห่งนี้ เพราะทุกคอมเมนต์ที่เขียนมานั้นเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ทั้งบล๊อคและเจ้าของบล๊อคคนนี้มีชีวิตอยู่ได้ ขอบคุณทุกคนด้วยใจจริงคับ
วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551
วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2551
ทะเลสีดำในคืนที่ฟ้าไม่ค่อยมีดาวที่หัวหิน part I : เมื่อความเบื่อเป็นที่มาของการเดินทาง
“เบื่อ” เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี่้ ทั้งๆที่โดยปกติแล้วการเดินทางในโลกกว้างของฉันมักจะมีจุดเร่ิมต้นมาจากความท้าทาย ความหวัง กิเลสส่วนตัวหรือการโดนเพื่อนลากมาตลอด แต่ครั้งนี้กลับไม่เหมือนครั้งก่อนๆ เพราะมันเกิดขึ้นจากปัจจัยสองอย่างที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะเจาะ คือความเบื่อที่จะต้องทำงานที่ตัวเองไม่ชอบจนเกินขีดสุดของความอดทนและเมื่อพี่ชายสุดเลิฟกลับมาจากการเรียนต่อที่อังกฤษ แต่หลักใหญ่ใจความแล้วตัวการที่เตะฉันให้ออกเดินทางก็คือ
ความเบื่อ!!!!!!!!!!
ความเบื่อเริ่มมาสถิตย์อยู่กับฉันเป็นเวลาไล่เลี่ยกับการเร่ิมทำงานในบริษัทของครอบครัว เหตุที่เบื่อก็มาจากความรู้สึกว่า “ไม่ชอบว่ะ มันไม่ใช่ตัวเรา เรามีความฝัน อยากทำความฝันของเรา” โดยส่วนตัวแล้วฉันเป็นไม่ชอบการตื่นแต่เช้าเพื่อเข้างานตอกบัตรให้ทัน นั่งนิ่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเวลาไม่มีอะไรทำเพื่อรอเวลากลับบ้านในตอนเย็นอย่างที่เป็นอยู่ และการทำธุรกิจก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากทำ เพราะไม่มีหัวทางด้านนี้เท่าใดนัก แต่ในเมื่ออยู่ในภาวะจำยอมก็ต้องทำโดยพับความฝันในการเป็นผู้กำกับภาพกับการเป็นนักวิจัยของตัวเองเอาไว้ ทำให้พอถึงจุดหนึ่งเลยตกอยู่ในภวังค์แห่งความเบื่อหน่ายโดยไม่รู้ตัว ทำทุกสิ่งทุกอย่างไปให้หมดไปวันๆในขณะที่สมองกับหัวใจกระซิบคำว่าเบื่ออยู่ทุกนาทีที่ผ่านไป จนกระทั่งวันหนึ่งความอดทน (ที่ไม่ค่อยจะมี) ต่อความเบื่อได้หมดลงเมื่อหัวใจตะโกนบอกตัวเองว่า
“พอกันที ไม่ทำแล้ว เลิกเลิก”
แต่สมองก็แย้งออกมาว่า
“เออ ฉันรู้แต่แกจะยอมเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ชอบว่าคนอื่นรึไง เอาศักดิ์ศรีไปท้ิงไว้ไหนฟะ หัดคิดบ้างดิโตแล้วนะ”
หัวใจก็พลันนิ่งเงียบเหมือนจะยอมจำนนต่อเหตุผลของสมองก่อนจะพูดเสียงอ่อยๆว่า “งั้นไปเที่ยวแทนก็ได้” และสมองก็พยักหน้าโอเค
เมื่อความรู้สึกภายในต่อรองกันเสร็จ การเดินทางที่เหมือนไม่ได้วางแผนของฉันก็เริ่มขึ้น
ความเบื่อ!!!!!!!!!!
ความเบื่อเริ่มมาสถิตย์อยู่กับฉันเป็นเวลาไล่เลี่ยกับการเร่ิมทำงานในบริษัทของครอบครัว เหตุที่เบื่อก็มาจากความรู้สึกว่า “ไม่ชอบว่ะ มันไม่ใช่ตัวเรา เรามีความฝัน อยากทำความฝันของเรา” โดยส่วนตัวแล้วฉันเป็นไม่ชอบการตื่นแต่เช้าเพื่อเข้างานตอกบัตรให้ทัน นั่งนิ่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเวลาไม่มีอะไรทำเพื่อรอเวลากลับบ้านในตอนเย็นอย่างที่เป็นอยู่ และการทำธุรกิจก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากทำ เพราะไม่มีหัวทางด้านนี้เท่าใดนัก แต่ในเมื่ออยู่ในภาวะจำยอมก็ต้องทำโดยพับความฝันในการเป็นผู้กำกับภาพกับการเป็นนักวิจัยของตัวเองเอาไว้ ทำให้พอถึงจุดหนึ่งเลยตกอยู่ในภวังค์แห่งความเบื่อหน่ายโดยไม่รู้ตัว ทำทุกสิ่งทุกอย่างไปให้หมดไปวันๆในขณะที่สมองกับหัวใจกระซิบคำว่าเบื่ออยู่ทุกนาทีที่ผ่านไป จนกระทั่งวันหนึ่งความอดทน (ที่ไม่ค่อยจะมี) ต่อความเบื่อได้หมดลงเมื่อหัวใจตะโกนบอกตัวเองว่า
“พอกันที ไม่ทำแล้ว เลิกเลิก”
แต่สมองก็แย้งออกมาว่า
“เออ ฉันรู้แต่แกจะยอมเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ชอบว่าคนอื่นรึไง เอาศักดิ์ศรีไปท้ิงไว้ไหนฟะ หัดคิดบ้างดิโตแล้วนะ”
หัวใจก็พลันนิ่งเงียบเหมือนจะยอมจำนนต่อเหตุผลของสมองก่อนจะพูดเสียงอ่อยๆว่า “งั้นไปเที่ยวแทนก็ได้” และสมองก็พยักหน้าโอเค
เมื่อความรู้สึกภายในต่อรองกันเสร็จ การเดินทางที่เหมือนไม่ได้วางแผนของฉันก็เริ่มขึ้น
วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2551
It’s Raining :ฤดูที่ฉันเหงา
ฝนกำลังตก.....
ใช่ตอนนี้ฝนกำลังตกทั้งในจอของเจ้าแมคบุ๊คเพื่อนยาก( Screen Saver) และภายนอกหน้าต่างของอาคารจามจุรีสแควร์ แหงล่ะก็นี่มันหน้าฝนนะ ถ้าไม่ตกมันก็กระไรอยู่ เฮ้อให้ตายเถอะทั้งๆที่เกิดในภาคที่มีแค่หน้าฝนน้อยกับฝนมากอย่างภาคใต้ แต่ทุกครั้งที่ฝนตกอารมณ์ที่มักจะเกิดขึ้นในจิตใจของฉันมักไม่พ้นคำว่า
เหงา...เบื่อ...เซ็ง
เหงา อาการนี้ไม่ได้เกิดจากการฟังเพลงฤดูที่ฉันเหงาของวงฟลัวมากจนเกินไป แต่จะเกิดขึ้นเมื่อตอนที่กำลังนั่งหรือทำอะไรอยู่คนเดียวเวลาที่ฝนตก ความหนาวของหยดนำ้ที่ตกลงมาจากฟ้ามักจะทำให้ความเหงามาเคาะประตูหัวใจของฉันได้เสมอ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ฉันเองไม่เคยนิยมชมชอบและเคยชินกับมันเท่าที่ควร หลายครั้งความเหงาที่เกิดขึ้นก็ทำลายความสุขที่เกิดจากการกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่จนถึงกับต้องหยุดทำกิจกรรมนั้นๆลงกลางคัน อย่างตอนนี้ก็เหมือนกันทั้งๆที่งานที่ทำอยู่กำลังจะถึงกำหนดเดทไลน์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ก็ต้องหยุดทำเอาดื้อๆเพราะความเหงาที่เกิดขึ้นดันไปลดความตั้งใจและแรงบันดาลใจในการทำงานหดลงจนเหลือศูนย์
เบื่อ เป็นพฤติกรรมต่อเนื่องที่เกิดจากความเหงา ความเบื่อที่เกิดมักจะแบ่งออกได้เป็นสองอย่าง อันแรกก็คือเบื่อตัวเอง อันนี้เป็นอารมณ์ตัวแม่เลยล่ะ ความเบื่อตัวเองนี่มาจากความมีเหตุมีผลใน กมลสันดานของตัวเองที่เบื่อความไม่ Mature ชอบทำตัวเป็นเด็ก ไม่รู้จักแยกแยะว่าอะไรต้องทำอะไรไม่ควรทำ ส่งผลให้งานการเสร็จไม่ทันกำหนดอยู่บ่อยครั้ง กับสองเบื่อที่เกิดจากความเหงา ประมาณว่าพอเหงาแล้วก็จะรู้สึกเบื่อๆที่เราต้องอยู่คนเดียวท่ามกลางผู้คนมากมาย ทั้งๆที่จริงๆแล้วเราก็ prefer กับการนั่งทำอะไรคนเดียวเพราะมีสมาธิมากกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นความเบื่อแบบไหนมันก็มักจะมาพร้อมๆกันกับนำ้ฝนเสมอ
เซ็ง ก็คือเซ็งที่ฝนตกน่ะล่ะ เพราะเวลาฝนตกมันจะทำให้อะไรหลายๆอย่างที่เราอยากทำไม่สามารถทำได้เช่น การเดินเล่นไปตามท้องถนน การถ่ายรูปแบบ Outdoor เล่นกีฬากลางแจ้งต่างๆ เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่แก้อาการเบื่อได้ชะงัดที่สุด แต่ก็นะเวลาฝนเทลงมากิจกรรมเหล่านี้ก็จะกลายเป็นตัวเลือกที่เราต้องตัดท้ิงจากรายการกิจกรรมแก้เบื่อไป ทำให้อาการทั้งหมดที่กล่าวมายังคงอยู่และยังคงอยู่อย่างน่ารำคาญจนไม่อยากจะทำอะไรทั้งสิ้น
นานเท่าไหร่ไม่รู้ได้ เมื่อฉันรูู้สึกตัวอีกครั้ง ฝนก็ได้หยุดตกลงแล้ว ท้องฟ้าแจ่มใสแทบจะไม่มีเมฆ ทำให้อารมณ์ที่แย่จนถึงขีดสุดเมื่อกี๊นี้ค่อยๆคลายลงจดหมด แรงบันดาลใจในการทำงานค่อยๆกลับมาพร้อมกับหน้าจอเจ้าเพื่อนยากซึ่งกลับมาพร้อมทำงานตามปกติ ตอนนี้ฉันพร้อมจะลุยงานต่อแล้วล่ะ จนกว่าจะถึงเวลา It’s Raining ในครั้งต่อไป
ใช่ตอนนี้ฝนกำลังตกทั้งในจอของเจ้าแมคบุ๊คเพื่อนยาก( Screen Saver) และภายนอกหน้าต่างของอาคารจามจุรีสแควร์ แหงล่ะก็นี่มันหน้าฝนนะ ถ้าไม่ตกมันก็กระไรอยู่ เฮ้อให้ตายเถอะทั้งๆที่เกิดในภาคที่มีแค่หน้าฝนน้อยกับฝนมากอย่างภาคใต้ แต่ทุกครั้งที่ฝนตกอารมณ์ที่มักจะเกิดขึ้นในจิตใจของฉันมักไม่พ้นคำว่า
เหงา...เบื่อ...เซ็ง
เหงา อาการนี้ไม่ได้เกิดจากการฟังเพลงฤดูที่ฉันเหงาของวงฟลัวมากจนเกินไป แต่จะเกิดขึ้นเมื่อตอนที่กำลังนั่งหรือทำอะไรอยู่คนเดียวเวลาที่ฝนตก ความหนาวของหยดนำ้ที่ตกลงมาจากฟ้ามักจะทำให้ความเหงามาเคาะประตูหัวใจของฉันได้เสมอ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ฉันเองไม่เคยนิยมชมชอบและเคยชินกับมันเท่าที่ควร หลายครั้งความเหงาที่เกิดขึ้นก็ทำลายความสุขที่เกิดจากการกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่จนถึงกับต้องหยุดทำกิจกรรมนั้นๆลงกลางคัน อย่างตอนนี้ก็เหมือนกันทั้งๆที่งานที่ทำอยู่กำลังจะถึงกำหนดเดทไลน์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ก็ต้องหยุดทำเอาดื้อๆเพราะความเหงาที่เกิดขึ้นดันไปลดความตั้งใจและแรงบันดาลใจในการทำงานหดลงจนเหลือศูนย์
เบื่อ เป็นพฤติกรรมต่อเนื่องที่เกิดจากความเหงา ความเบื่อที่เกิดมักจะแบ่งออกได้เป็นสองอย่าง อันแรกก็คือเบื่อตัวเอง อันนี้เป็นอารมณ์ตัวแม่เลยล่ะ ความเบื่อตัวเองนี่มาจากความมีเหตุมีผลใน กมลสันดานของตัวเองที่เบื่อความไม่ Mature ชอบทำตัวเป็นเด็ก ไม่รู้จักแยกแยะว่าอะไรต้องทำอะไรไม่ควรทำ ส่งผลให้งานการเสร็จไม่ทันกำหนดอยู่บ่อยครั้ง กับสองเบื่อที่เกิดจากความเหงา ประมาณว่าพอเหงาแล้วก็จะรู้สึกเบื่อๆที่เราต้องอยู่คนเดียวท่ามกลางผู้คนมากมาย ทั้งๆที่จริงๆแล้วเราก็ prefer กับการนั่งทำอะไรคนเดียวเพราะมีสมาธิมากกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นความเบื่อแบบไหนมันก็มักจะมาพร้อมๆกันกับนำ้ฝนเสมอ
เซ็ง ก็คือเซ็งที่ฝนตกน่ะล่ะ เพราะเวลาฝนตกมันจะทำให้อะไรหลายๆอย่างที่เราอยากทำไม่สามารถทำได้เช่น การเดินเล่นไปตามท้องถนน การถ่ายรูปแบบ Outdoor เล่นกีฬากลางแจ้งต่างๆ เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่แก้อาการเบื่อได้ชะงัดที่สุด แต่ก็นะเวลาฝนเทลงมากิจกรรมเหล่านี้ก็จะกลายเป็นตัวเลือกที่เราต้องตัดท้ิงจากรายการกิจกรรมแก้เบื่อไป ทำให้อาการทั้งหมดที่กล่าวมายังคงอยู่และยังคงอยู่อย่างน่ารำคาญจนไม่อยากจะทำอะไรทั้งสิ้น
นานเท่าไหร่ไม่รู้ได้ เมื่อฉันรูู้สึกตัวอีกครั้ง ฝนก็ได้หยุดตกลงแล้ว ท้องฟ้าแจ่มใสแทบจะไม่มีเมฆ ทำให้อารมณ์ที่แย่จนถึงขีดสุดเมื่อกี๊นี้ค่อยๆคลายลงจดหมด แรงบันดาลใจในการทำงานค่อยๆกลับมาพร้อมกับหน้าจอเจ้าเพื่อนยากซึ่งกลับมาพร้อมทำงานตามปกติ ตอนนี้ฉันพร้อมจะลุยงานต่อแล้วล่ะ จนกว่าจะถึงเวลา It’s Raining ในครั้งต่อไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)